PACS: หัวใจสำคัญของการแพทย์ดิจิทัล (Digital Healthcare)

ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาอย่างรวดเร็ว โรงพยาบาลต่าง ๆ เริ่มหันมาใช้งานระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และหนึ่งในเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดคือ PACS (Picture Archiving and Communication System) ระบบจัดเก็บและบริหารภาพทางการแพทย์แบบดิจิทัลที่ช่วยให้โรงพยาบาลทำงานได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำมากขึ้น

PACS คืออะไร?

PACS คือระบบ จัดเก็บ (Archive), ค้นหา (Retrieve) และ ส่งต่อภาพทางการแพทย์ (Communication) เช่น

  • X-ray
  • CT Scan
  • MRI
  • Ultrasound

โดยภาพทั้งหมดจะถูกเก็บในรูปแบบดิจิทัล ทำให้แพทย์สามารถเปิดดูจากคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาได้ทันที ไม่ต้องใช้ฟิล์ม และไม่ต้องเดินไปที่ห้องเอกซเรย์เพื่อขอภาพเหมือนในอดีต

กล่าวง่าย ๆ —

PACS คือคลังภาพทางการแพทย์ที่ให้แพทย์เปิดดูได้ทุกที่ ทุกเวลา

ปัญหาที่โรงพยาบาลพบเมื่อไม่มี PACS

ก่อนมี PACS โรงพยาบาลต้องพึ่งพา ฟิล์ม X-ray และกระบวนการส่งต่อภาพด้วยมือ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน เช่น:

1. ฟิล์มหาย / ฟิล์มเสียหาย

  • ฟิล์มเป็นชิ้นเดียว ถ้าหาย = ต้องถ่ายใหม่
  • เกิดความล่าช้า และเพิ่มต้นทุนผู้ป่วย

2. ความล่าช้าในการส่งภาพ

  • เจ้าหน้าที่ต้องเดินไป–กลับระหว่างแผนก
  • แพทย์ต้องรอภาพก่อนวินิจฉัย

3. การเก็บข้อมูลไม่เป็นระบบ

  • ฟิล์มต้องเก็บเป็น “ชั้น ๆ” ในห้องเก็บใหญ่
  • ค้นหายาก เสี่ยงต่อความผิดพลาด

4. ต้นทุนฟิล์มและสารเคมีสูง

  • ฟิล์มราคาแพง
  • ต้องบำรุงรักษาเครื่องล้างฟิล์มอย่างต่อเนื่อง

5. ไม่สามารถทำงานแบบ Telemedicine ได้

  • ไม่สามารถส่งภาพให้รังสีแพทย์จากที่อื่นดูล่วงหน้าได้
  • ทำให้การรายงานผลล่าช้า

PACS เข้ามาแก้ปัญหานี้ทั้งหมด

🔍 PACS ต่างจาก RIS / HIS อย่างไร?

ผู้ใช้ทั่วไปมักสับสนระบบ 3 แบบนี้ เรามาทำความเข้าใจง่าย ๆ:

ระบบหน้าที่
PACSจัดเก็บ / ค้นหา / แสดงภาพทางการแพทย์ (X-ray, CT, MRI)
RIS (Radiology Information System)ระบบจัดคิวผู้ป่วย งานเอกสาร และการสั่งตรวจของแผนกรังสี
HIS (Hospital Information System)ระบบข้อมูลโรงพยาบาล เช่น เวชระเบียน การนัดหมาย การเงิน

สรุปง่าย ๆ:

HIS คือระบบหลักของโรงพยาบาล → RIS จัดการงานรังสี → PACS เก็บภาพ
สามระบบนี้ทำงานร่วมกันแบบ ecosystem

🧩 ส่วนประกอบหลักของระบบ PACS

ระบบ PACS มักประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ:

1. Image Acquisition (การรับภาพ)

มาจากเครื่องต่าง ๆ เช่น X-ray, CT, MRI ผ่านมาตรฐาน DICOM

2. PACS Storage (ที่เก็บข้อมูล)

ฐานข้อมูลที่สามารถรองรับภาพจำนวนมาก เช่นหลายล้านไฟล์

3. Image Viewer (เครื่องมือเปิดดูภาพ)

แพทย์สามารถใช้เครื่องมือวัด วางเส้น ดูหลาย Series พร้อมกัน

4. Communication System (ระบบส่งต่อข้อมูล)

ส่งภาพระหว่างแผนก, ข้ามโรงพยาบาล หรือส่งให้รังสีแพทย์ทางไกล

🌍 แนวโน้มการใช้งาน PACS ในไทยและต่างประเทศ

🇹🇭 ประเทศไทย

  • โรงพยาบาลระดับจังหวัด–ศูนย์แพทย์เกือบทั้งหมดใช้ PACS แล้ว
  • โรงพยาบาลเอกชนให้ความสำคัญกับระบบ Cloud PACS
  • ใช้งานร่วมกับ Telemedicine และระบบ Refer มากขึ้น

🌏 ต่างประเทศ

  • ประเทศชั้นนำ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เกาหลี ใช้ PACS เต็มระบบ
  • มีการใช้ AI วิเคราะห์ภาพร่วมกับ PACS เช่น AI ตรวจปอด
  • หลายโรงพยาบาลเปลี่ยนไปใช้ Zero Footprint Viewer (ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม)

🚀 ทำไม PACS คือหัวใจสำคัญของ Digital Healthcare?

✔ ลดเวลาในการวินิจฉัย

แพทย์เปิดดูภาพได้ทันทีจากทุกที่

✔ ลดต้นทุนโรงพยาบาล

ไม่ต้องซื้อฟิล์ม ไม่ต้องเก็บห้องฟิล์ม

✔ เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย

เก็บข้อมูลเป็นระบบ ลดการสูญหาย

✔ เชื่อมต่อได้กับ Telemedicine

ส่งภาพให้รังสีแพทย์วิเคราะห์จากที่ไหนก็ได้

✔ รองรับการทำงานหลายสถานที่ (Multi-site)

เหมาะสำหรับเครือโรงพยาบาลและศูนย์วินิจฉัยกลาง

📌 สรุป

PACS เป็นมากกว่าระบบจัดเก็บภาพ แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของการแพทย์สมัยใหม่ ช่วยให้โรงพยาบาลทำงานได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และรองรับระบบ Telemedicine อย่างเต็มรูปแบบ

โรงพยาบาลที่ยังไม่ใช้ PACS จะเสียโอกาสสำคัญด้านคุณภาพ และประสิทธิภาพในการรักษา