ในตลาดปัจจุบันมีระบบ PACS หลายเจ้า หลายราคา และหลายรูปแบบให้เลือก โรงพยาบาลจำนวนมากจึงมักเกิดคำถามสำคัญว่า
“จะเลือกระบบ PACS อย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์งานจริง และรองรับการเติบโตในอนาคต?”
🏥 1. ประเมินขนาดและภาระงานของโรงพยาบาล
ระบบ PACS สำหรับโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ย่อมมีความต้องการที่ต่างจากโรงพยาบาลศูนย์ระดับจังหวัดหรือโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่
สิ่งที่ต้องเช็ก:
- จำนวนเครื่อง X-ray, CT, MRI, Ultrasound
- ปริมาณการตรวจต่อวัน
- จำนวนผู้ใช้งานระบบ Viewer
- ความต้องการด้านการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลัง (Retention Period)
👉 ขนาดโรงพยาบาลมีผลต่อ สเปกเซิร์ฟเวอร์, Storage, และ ค่าใช้จ่ายรวม
🔌 2. ตรวจสอบความสามารถในการเชื่อมต่อ (Connectivity)
ระบบ PACS ที่ดีต้องเชื่อมต่อกับระบบโรงพยาบาลได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น
- HIS / RIS
- ระบบ Refer
- Imaging Hub ระดับจังหวัด / เขตสุขภาพ
- ระบบ Telemedicine / Tele-radiology
- เครื่องมือแพทย์หลายยี่ห้อผ่านมาตรฐาน DICOM
ระบบควร รองรับ HL7 สำหรับการแลกข้อมูลผู้ป่วย ลดการกรอกข้อมูลซ้ำ และลดโอกาสผิดพลาด
💾 3. ความสามารถด้านการจัดเก็บข้อมูล (Storage & Archiving)
ข้อมูลภาพทางการแพทย์เติบโตเร็วมาก โดยเฉพาะ CT และ MRI
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่:
- รองรับการเก็บข้อมูล “ไม่จำกัด” หรือไม่
- รองรับการขยาย Storage แบบ Dynamic หรือไม่
- มีระบบ Back-up / Disaster Recovery หรือไม่
- ใช้ Cloud, On-premise หรือ Hybrid แบบไหนเหมาะกว่า
👉 โรงพยาบาลใหญ่ควรเลือกระบบที่รองรับ “Scale-out Storage”
🖥️ 4. ประสิทธิภาพของ Viewer
Viewer คือส่วนที่แพทย์ใช้งานจริงมากที่สุด จึงควรตรวจสอบให้ดี
ฟีเจอร์ที่ควรมี:
- เปิดภาพได้เร็ว (แม้ไฟล์ใหญ่)
- Zoom / Pan / Measurement Tools
- MPR, series comparison, LUT/Window
- รองรับการใช้งานบน Web browser โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม
- รองรับการใช้งานบนมือถือหรือแท็บเล็ต
👉 Viewer ที่เร็วและใช้งานง่ายช่วยให้แพทย์วินิจฉัยได้เร็วขึ้นจริง
🔐 5. ความปลอดภัยของข้อมูล (Security & Compliance)
ข้อมูลผู้ป่วยถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวสูง ระบบ PACS ต้องมีมาตรฐานความปลอดภัย เช่น:
- ข้อมูลถูกเข้ารหัส (Encryption)
- กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Access Control)
- Audit log ตรวจสอบย้อนหลัง
- การเก็บข้อมูลตาม PDPA / HIPAA
👉 เลือกระบบที่ผ่านการใช้งานจริงในโรงพยาบาลหลายแห่งจะช่วยลดความเสี่ยง
⚙️ 6. ค่าใช้จ่ายและรูปแบบการลงทุน
แต่ละผู้ให้บริการมีรูปแบบราคาแตกต่างกัน เช่น:
- ซื้อขาด (On-premise)
- เช่าใช้รายปี (Subscription)
- หรือ Hybrid
โรงพยาบาลควรพิจารณา:
- ค่าเซิร์ฟเวอร์ + Storage
- ค่า License ผู้ใช้งาน
- ค่าติดตั้ง + ค่าอบรม
- ค่าบำรุงรักษาระยะยาว
👉 ไม่ควรเลือกจาก “ราคาถูกที่สุด” แต่ควรดู “ความคุ้มค่าระยะยาว”
🚀 7. ความยืดหยุ่นในการขยายตัวในอนาคต
โรงพยาบาลที่กำลังโต ต้องเลือกระบบที่:
- เพิ่มเครื่อง X-ray / CT ได้ทันที
- รองรับจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น
- เข้าสู่ระบบ Telemedicine ได้ง่าย
- รองรับ Cloud storage ในอนาคต
👉 PACS คือระบบที่ต้องใช้ > 10 ปี การรองรับอนาคตจึงสำคัญมาก
🧭 สรุป: จะเลือก PACS อย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
ให้ตอบคำถามเหล่านี้:
- ระบบรองรับภาระงานจริงของโรงพยาบาลหรือไม่?
- Viewer ใช้งานง่ายและเร็วหรือไม่?
- เชื่อมต่อ HIS/RIS ได้ดีหรือไม่?
- Storage ขยายได้ง่ายแค่ไหน?
- ปลอดภัยและผ่านมาตรฐานหรือไม่?
- ค่าใช้จ่ายยาว ๆ คุ้มค่าหรือเปล่า?
หากระบบตอบโจทย์ทั้งหมดนี้ได้ คุณก็เจอ PACS ที่เหมาะกับโรงพยาบาลของคุณแล้วครับ